เอเรโมส · Eremos Thai Bible

ฮักกัย · Haggai

บทที่ 2

1ในวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนที่เจ็ด พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงโดยทางฮักกัยผู้เผยพระวจนะว่า 2‘จงกล่าวแก่เศรุบบาเบลบุตรเชอัลทิเอล ผู้ว่าราชการแคว้นยูดาห์ และแก่โยชูวาบุตรเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต และแก่ประชาชนที่เหลืออยู่ว่า 3‘มีใครบ้างในพวกเจ้าที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งเคยเห็นพระนิเวศนี้ในยามที่ยังรุ่งโรจน์เมื่อก่อน? บัดนี้พวกเจ้าเห็นมันเป็นอย่างไร? เมื่อเทียบกันแล้ว มันดูเหมือนไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของพวกเจ้ามิใช่หรือ? 4‘แต่บัดนี้ เศรุบบาเบลเอ๋ย จงเข้มแข็งเถิด’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ‘โยชูวาบุตรเยโฮซาดัก มหาปุโรหิต จงเข้มแข็งเถิด และประชาชนทั้งปวงในแผ่นดิน จงเข้มแข็งเถิด’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ‘จงลงมือทำงานเถิด เพราะเราอยู่กับพวกเจ้า’ องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ 5‘ตามพระสัญญาที่เราได้กระทำไว้กับพวกเจ้าเมื่อพวกเจ้าออกมาจากอียิปต์ และวิญญาณของเรายังคงสถิตอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า อย่ากลัวเลย’ 6‘เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า อีกไม่นาน เพียงครู่เดียว เราจะเขย่าฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ทั้งทะเลและแผ่นดินแห้ง 7‘เราจะเขย่าประชาชาติทั้งปวง และสิ่งล้ำค่าของประชาชาติทั้งหลายจะหลั่งไหลเข้ามา และเราจะให้พระนิเวศนี้เต็มไปด้วยพระสิริ’ องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ 8‘เงินเป็นของเรา และทองก็เป็นของเรา’ องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ 9‘พระสิริยุคหลังของพระนิเวศนี้จะยิ่งใหญ่กว่าพระสิริยุคก่อน’ องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ ‘และในสถานที่นี้ เราจะให้สันติสุข’ องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ 10ในวันที่ยี่สิบสี่ของเดือนที่เก้า ในปีที่สองแห่งรัชกาลดาริอัส พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงฮักกัยผู้เผยพระวจนะว่า 11‘องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงขอคำวินิจฉัยทางธรรมบัญญัติจากบรรดาปุโรหิตว่า 12‘หากผู้ใดเอาเนื้อบริสุทธิ์ใส่ไว้ในชายเสื้อของตน แล้วชายเสื้อนั้นไปแตะต้องขนมปัง ของต้ม เหล้าองุ่น น้ำมัน หรืออาหารใดๆ สิ่งนั้นจะกลายเป็นของบริสุทธิ์หรือไม่?’ บรรดาปุโรหิตตอบว่า ‘ไม่’ 13แล้วฮักกัยถามว่า ‘หากผู้ที่เป็นมลทินเพราะแตะต้องศพ ไปแตะต้องสิ่งเหล่านี้ สิ่งนั้นจะกลายเป็นมลทินหรือไม่?’ บรรดาปุโรหิตตอบว่า ‘จะเป็นมลทิน’ 14แล้วฮักกัยจึงกล่าวว่า ‘ชนชาตินี้และประชาชาตินี้ก็เป็นเช่นนั้นต่อหน้าเรา’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ‘และการงานทั้งสิ้นจากน้ำมือของพวกเขาก็เป็นเช่นนั้น สิ่งใดที่พวกเขาถวายที่นั่นก็เป็นมลทิน 15‘บัดนี้ จงพิจารณาให้ดีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก่อนที่จะมีการวางศิลาก้อนหนึ่งทับอีกก้อนหนึ่งในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น 16ตลอดเวลานั้น เมื่อมีคนมาที่กองข้าวซึ่งคาดว่าจะได้ยี่สิบถัง ก็ได้เพียงสิบถัง เมื่อมาที่บ่อย่ำองุ่นซึ่งคาดว่าจะตักได้ห้าสิบถัง ก็ได้เพียงยี่สิบถัง 17‘เราได้โบยตีพวกเจ้าและการงานทั้งสิ้นจากน้ำมือของพวกเจ้า ด้วยโรคข้าวลีบ ราข้าว และลูกเห็บ แต่พวกเจ้าก็ไม่ยอมหันกลับมาหาเรา’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ 18‘จงพิจารณาให้ดีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คือตั้งแต่วันที่ยี่สิบสี่ของเดือนที่เก้า ตั้งแต่วันที่วางรากฐานพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงพิจารณาให้ดีเถิด 19‘ยังมีเมล็ดพืชเหลืออยู่ในยุ้งฉางหรือ? เถาองุ่น ต้นมะเดื่อ ต้นทับทิม และต้นมะกอกเทศก็ยังไม่ออกผล แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะอวยพรพวกเจ้า’ 20พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงฮักกัยเป็นครั้งที่สองในวันที่ยี่สิบสี่ของเดือนนั้นว่า 21‘จงกล่าวแก่เศรุบบาเบล ผู้ว่าราชการแคว้นยูดาห์ว่า เรากำลังจะเขย่าฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก 22‘เราจะคว่ำบัลลังก์ของบรรดาราชอาณาจักร และทำลายอำนาจของอาณาจักรต่างๆ ของประชาชาติ เราจะคว่ำรถม้าศึกพร้อมกับพลขับ ม้าและพลม้าจะล้มลง ต่างคนต่างล้มด้วยดาบของพี่น้องตน 23‘ในวันนั้น’ องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ ‘เราจะรับเจ้าไว้ เศรุบบาเบลบุตรเชอัลทิเอล ผู้รับใช้ของเราเอ๋ย’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ‘และเราจะทำให้เจ้าเป็นเหมือนแหวนตราของเรา เพราะเราได้เลือกเจ้าไว้แล้ว’ องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้
← บทที่ 1ฮักกัย →