เอเรโมส · Eremos Thai Bible

สดุดี · Psalms

บทที่ 119

1ความสุขเป็นของบรรดาผู้ที่ดำเนินในทางที่ไร้ตำหนิ ผู้ดำเนินตามธรรมบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า 2ความสุขเป็นของบรรดาผู้ที่รักษาพระโอวาทของพระองค์ และแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ 3พวกเขาไม่ทำสิ่งชั่วช้า แต่ดำเนินในทางของพระองค์ 4พระองค์ทรงตั้งข้อบังคับของพระองค์ไว้ เพื่อให้ข้าพระองค์ทั้งหลายรักษาอย่างเคร่งครัด 5โอ ขอให้ทางของข้าพระองค์มั่นคงในการรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์ 6แล้วข้าพระองค์จะไม่ต้องอับอาย เมื่อพิจารณาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ 7ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วยใจเที่ยงตรง เมื่อข้าพระองค์เรียนรู้ข้อตัดสินอันชอบธรรมของพระองค์ 8ข้าพระองค์จะรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์ ขออย่าทรงทอดทิ้งข้าพระองค์โดยสิ้นเชิง 9คนหนุ่มจะรักษาทางของตนให้บริสุทธิ์ได้อย่างไร ก็โดยการระแวดระวังตามพระวจนะของพระองค์ 10ข้าพระองค์ได้แสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์ 11ข้าพระองค์ได้สะสมพระวจนะของพระองค์ไว้ในใจ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์ 12ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า สาธุการแด่พระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 13ด้วยริมฝีปากของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ประกาศข้อตัดสินทั้งสิ้นจากพระโอษฐ์ของพระองค์ 14ข้าพระองค์ปีติยินดีในทางแห่งพระโอวาทของพระองค์ มากเท่ากับในทรัพย์สมบัติทั้งสิ้น 15ข้าพระองค์จะใคร่ครวญถึงข้อบังคับของพระองค์ และพิจารณาทางทั้งหลายของพระองค์ 16ข้าพระองค์จะปีติยินดีในกฎเกณฑ์ของพระองค์ ข้าพระองค์จะไม่ลืมพระวจนะของพระองค์ 17ขอทรงโปรดปรานผู้รับใช้ของพระองค์อย่างบริบูรณ์ เพื่อข้าพระองค์จะมีชีวิตอยู่และรักษาพระวจนะของพระองค์ 18ขอทรงเปิดตาของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเห็นสิ่งมหัศจรรย์จากธรรมบัญญัติของพระองค์ 19ข้าพระองค์เป็นคนแปลกหน้าบนแผ่นดินโลก ขออย่าทรงซ่อนพระบัญญัติของพระองค์จากข้าพระองค์ 20จิตวิญญาณของข้าพระองค์เร่าร้อนด้วยความปรารถนาในข้อตัดสินของพระองค์อยู่เสมอ 21พระองค์ทรงตำหนิคนหยิ่งยโส คือคนที่ถูกสาปแช่งซึ่งหลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์ 22ขอทรงเอาความเยาะเย้ยและความดูหมิ่นไปจากข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์รักษาพระโอวาทของพระองค์ 23แม้บรรดาผู้ครอบครองจะนั่งลงนินทาข้าพระองค์ ผู้รับใช้ของพระองค์ก็ใคร่ครวญถึงกฎเกณฑ์ของพระองค์ 24พระโอวาทของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์ เป็นที่ปรึกษาของข้าพระองค์ 25จิตวิญญาณของข้าพระองค์ติดผงคลีดิน ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาตามพระวจนะของพระองค์ 26ข้าพระองค์ทูลถึงทางของข้าพระองค์ และพระองค์ทรงตอบข้าพระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 27ขอทรงให้ข้าพระองค์เข้าใจทางแห่งข้อบังคับของพระองค์ แล้วข้าพระองค์จะใคร่ครวญถึงการอัศจรรย์ของพระองค์ 28จิตวิญญาณของข้าพระองค์ละลายไปด้วยความโศกเศร้า ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์ 29ขอทรงให้ข้าพระองค์พ้นจากทางแห่งความหลอกลวง และทรงกรุณาประทานธรรมบัญญัติของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 30ข้าพระองค์ได้เลือกทางแห่งความจริง ข้าพระองค์ได้ตั้งข้อตัดสินของพระองค์ไว้ตรงหน้า 31ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ยึดมั่นในพระโอวาทของพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์ต้องอับอาย 32ข้าพระองค์จะวิ่งไปในทางแห่งพระบัญญัติของพระองค์ เพราะพระองค์จะทรงให้ใจของข้าพระองค์กว้างขวางขึ้น 33ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงสอนทางแห่งกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ แล้วข้าพระองค์จะรักษาไว้จนถึงที่สุด 34ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระองค์ และรักษาไว้ด้วยสุดใจ 35ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในวิถีแห่งพระบัญญัติของพระองค์ เพราะข้าพระองค์ปีติยินดีในวิถีนั้น 36ขอทรงโน้มใจของข้าพระองค์ไปสู่พระโอวาทของพระองค์ ไม่ใช่ไปสู่ผลกำไรที่ได้มาโดยความโลภ 37ขอทรงหันตาของข้าพระองค์ไปจากสิ่งที่ไร้ค่า ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาในทางของพระองค์ 38ขอทรงตั้งพระดำรัสของพระองค์ไว้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อให้เกิดความยำเกรงพระองค์ 39ขอทรงเอาความอับอายที่ข้าพระองค์หวาดกลัวไปเสีย เพราะข้อตัดสินของพระองค์นั้นดี 40ดูเถิด ข้าพระองค์ปรารถนาข้อบังคับของพระองค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาในความชอบธรรมของพระองค์ 41ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอความรักมั่นคงของพระองค์มาถึงข้าพระองค์ คือความรอดของพระองค์ตามพระดำรัสของพระองค์ 42แล้วข้าพระองค์จะมีคำตอบแก่ผู้ที่เยาะเย้ยข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์วางใจในพระวจนะของพระองค์ 43ขออย่าทรงเอาพระวจนะแห่งความจริงไปจากปากของข้าพระองค์เลย เพราะข้าพระองค์หวังในข้อตัดสินของพระองค์ 44ข้าพระองค์จะรักษาธรรมบัญญัติของพระองค์อยู่เสมอ เป็นนิตย์นิรันดร์ 45ข้าพระองค์จะดำเนินไปอย่างเสรี เพราะข้าพระองค์ได้แสวงหาข้อบังคับของพระองค์ 46ข้าพระองค์จะกล่าวถึงพระโอวาทของพระองค์ต่อหน้าบรรดากษัตริย์ และจะไม่อับอาย 47ข้าพระองค์ปีติยินดีในพระบัญญัติของพระองค์ เพราะข้าพระองค์รักพระบัญญัตินั้น 48ข้าพระองค์ชูมือขึ้นต่อพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพระองค์รัก และข้าพระองค์จะใคร่ครวญถึงกฎเกณฑ์ของพระองค์ 49ขอทรงระลึกถึงพระวจนะที่ทรงให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานความหวังแก่ข้าพระองค์ 50นี่เป็นการปลอบโยนของข้าพระองค์ในยามทุกข์ คือพระดำรัสของพระองค์ได้ให้ชีวิตแก่ข้าพระองค์ 51คนหยิ่งยโสเยาะเย้ยข้าพระองค์อย่างมาก แต่ข้าพระองค์ไม่หันไปจากธรรมบัญญัติของพระองค์ 52ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ระลึกถึงข้อตัดสินของพระองค์แต่โบราณ และพบการปลอบโยนในข้อตัดสินนั้น 53ความเดือดดาลเข้าครอบงำข้าพระองค์เพราะคนชั่วผู้ละทิ้งธรรมบัญญัติของพระองค์ 54กฎเกณฑ์ของพระองค์เป็นบทเพลงของข้าพระองค์ ในบ้านที่ข้าพระองค์อาศัยอยู่อย่างคนต่างถิ่น 55ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ในยามค่ำคืนข้าพระองค์ระลึกถึงพระนามของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษาธรรมบัญญัติของพระองค์ 56นี่เป็นแนวปฏิบัติของข้าพระองค์ คือการรักษาข้อบังคับของพระองค์ 57องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นส่วนมรดกของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้สัญญาว่าจะรักษาพระวจนะของพระองค์ 58ข้าพระองค์แสวงหาความโปรดปรานของพระองค์ด้วยสุดใจ ขอทรงเมตตาข้าพระองค์ตามพระดำรัสของพระองค์ 59ข้าพระองค์พิจารณาทางของข้าพระองค์ และหันย่างก้าวของข้าพระองค์มาสู่พระโอวาทของพระองค์ 60ข้าพระองค์รีบเร่งและไม่รีรอที่จะรักษาพระบัญญัติของพระองค์ 61แม้บ่วงของคนชั่วจะรัดข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ก็ไม่ลืมธรรมบัญญัติของพระองค์ 62ในเวลาเที่ยงคืน ข้าพระองค์ตื่นขึ้นขอบพระคุณพระองค์ เพราะข้อตัดสินอันชอบธรรมของพระองค์ 63ข้าพระองค์เป็นมิตรกับทุกคนที่ยำเกรงพระองค์ และกับบรรดาผู้ที่รักษาข้อบังคับของพระองค์ 64ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า แผ่นดินโลกเต็มไปด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 65ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงกระทำดีต่อผู้รับใช้ของพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์ 66ขอทรงสอนข้าพระองค์ให้มีวิจารณญาณและความรู้ที่ดี เพราะข้าพระองค์เชื่อในพระบัญญัติของพระองค์ 67ก่อนที่ข้าพระองค์จะทุกข์ยาก ข้าพระองค์หลงผิดไป แต่บัดนี้ข้าพระองค์รักษาพระวจนะของพระองค์ 68พระองค์ทรงแสนดี และทรงกระทำสิ่งที่ดี ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 69แม้คนหยิ่งยโสได้ใส่ร้ายป้ายสีข้าพระองค์ด้วยคำโกหก ข้าพระองค์ก็รักษาข้อบังคับของพระองค์ด้วยสุดใจ 70จิตใจของพวกเขาด้านชาและไร้ความรู้สึก แต่ข้าพระองค์ปีติยินดีในธรรมบัญญัติของพระองค์ 71เป็นการดีสำหรับข้าพระองค์ที่ได้ทุกข์ยาก เพื่อข้าพระองค์จะได้เรียนรู้กฎเกณฑ์ของพระองค์ 72ธรรมบัญญัติจากพระโอษฐ์ของพระองค์ล้ำค่าสำหรับข้าพระองค์ ยิ่งกว่าเงินและทองคำนับพัน 73พระหัตถ์ของพระองค์ได้สร้างและปั้นข้าพระองค์ขึ้นมา ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์เพื่อจะเรียนรู้พระบัญญัติของพระองค์ 74ขอให้บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระองค์เห็นข้าพระองค์แล้วยินดี เพราะข้าพระองค์หวังในพระวจนะของพระองค์ 75ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์รู้ว่าข้อตัดสินของพระองค์นั้นชอบธรรม และที่พระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ทุกข์ยากนั้นก็ด้วยความซื่อสัตย์ 76ขอความรักมั่นคงของพระองค์ปลอบโยนข้าพระองค์ ตามพระดำรัสที่ทรงมีต่อผู้รับใช้ของพระองค์ 77ขอพระเมตตาของพระองค์มาถึงข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะมีชีวิตอยู่ เพราะธรรมบัญญัติของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์ 78ขอให้คนหยิ่งยโสต้องอับอาย เพราะเขาใส่ร้ายข้าพระองค์ด้วยคำโกหก ส่วนข้าพระองค์จะใคร่ครวญถึงข้อบังคับของพระองค์ 79ขอให้บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระองค์หันมาหาข้าพระองค์ คือผู้ที่รู้จักพระโอวาทของพระองค์ 80ขอให้ใจของข้าพระองค์ไร้ตำหนิในกฎเกณฑ์ของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ต้องอับอาย 81จิตวิญญาณของข้าพระองค์อ่อนระโหยด้วยการรอคอยความรอดของพระองค์ ข้าพระองค์หวังในพระวจนะของพระองค์ 82นัยน์ตาของข้าพระองค์อ่อนล้าด้วยการเฝ้าคอยพระดำรัสของพระองค์ ข้าพระองค์ทูลถามว่า ‘เมื่อใดพระองค์จะปลอบโยนข้าพระองค์’ 83แม้ข้าพระองค์เป็นเหมือนถุงหนังเหล้าองุ่นที่เหี่ยวแห้งในควันไฟ ข้าพระองค์ก็ไม่ลืมกฎเกณฑ์ของพระองค์ 84ผู้รับใช้ของพระองค์จะต้องรอนานเท่าใด เมื่อใดพระองค์จะทรงพิพากษาบรรดาผู้ที่ข่มเหงข้าพระองค์ 85คนหยิ่งยโสได้ขุดหลุมพรางดักข้าพระองค์ ซึ่งขัดต่อธรรมบัญญัติของพระองค์ 86พระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์นั้นเชื่อถือได้ ข้าพระองค์ถูกข่มเหงโดยไม่มีเหตุ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ด้วยเถิด 87พวกเขาเกือบจะกำจัดข้าพระองค์ไปจากแผ่นดินโลกแล้ว แต่ข้าพระองค์ไม่ได้ละทิ้งข้อบังคับของพระองค์ 88ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาตามความรักมั่นคงของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษาพระโอวาทจากพระโอษฐ์ของพระองค์ 89ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระวจนะของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ตั้งมั่นอยู่ในฟ้าสวรรค์ 90ความซื่อสัตย์ของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วอายุคน พระองค์ทรงสถาปนาแผ่นดินโลก และมันก็ตั้งมั่นอยู่ 91ข้อตัดสินของพระองค์ตั้งมั่นอยู่จนทุกวันนี้ เพราะสรรพสิ่งล้วนเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ 92หากธรรมบัญญัติของพระองค์ไม่ได้เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ก็คงพินาศไปในความทุกข์ของข้าพระองค์แล้ว 93ข้าพระองค์จะไม่มีวันลืมข้อบังคับของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาโดยข้อบังคับนั้น 94ข้าพระองค์เป็นของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด เพราะข้าพระองค์ได้แสวงหาข้อบังคับของพระองค์ 95คนชั่วคอยจะทำลายข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์จะใคร่ครวญถึงพระโอวาทของพระองค์ 96ข้าพระองค์เห็นว่าทุกสิ่งที่สมบูรณ์ก็ยังมีขีดจำกัด แต่พระบัญญัติของพระองค์นั้นไร้ขีดจำกัด 97โอ ข้าพระองค์รักธรรมบัญญัติของพระองค์ยิ่งนัก ข้าพระองค์ใคร่ครวญถึงธรรมบัญญัตินั้นตลอดวัน 98พระบัญญัติของพระองค์ทำให้ข้าพระองค์มีปัญญายิ่งกว่าศัตรู เพราะพระบัญญัตินั้นอยู่กับข้าพระองค์เสมอ 99ข้าพระองค์มีความเข้าใจมากกว่าครูทั้งปวงของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ใคร่ครวญถึงพระโอวาทของพระองค์ 100ข้าพระองค์มีความหยั่งรู้มากกว่าผู้อาวุโส เพราะข้าพระองค์รักษาข้อบังคับของพระองค์ 101ข้าพระองค์ยับยั้งเท้าของข้าพระองค์จากทางชั่วทุกทาง เพื่อข้าพระองค์จะรักษาพระวจนะของพระองค์ 102ข้าพระองค์ไม่ได้หันไปจากข้อตัดสินของพระองค์ เพราะพระองค์เองทรงสอนข้าพระองค์ 103พระวจนะของพระองค์หวานแก่ลิ้นของข้าพระองค์ยิ่งนัก หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งในปากของข้าพระองค์ 104ข้าพระองค์ได้ความเข้าใจจากข้อบังคับของพระองค์ ฉะนั้นข้าพระองค์จึงเกลียดชังทางเท็จทุกทาง 105พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นแสงสว่างสำหรับทางของข้าพระองค์ 106ข้าพระองค์ได้ปฏิญาณและยืนยันแล้วว่า ข้าพระองค์จะรักษาข้อตัดสินอันชอบธรรมของพระองค์ 107ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ทุกข์ยากยิ่งนัก ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาตามพระวจนะของพระองค์ 108ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงรับเครื่องบูชาด้วยใจสมัครจากปากของข้าพระองค์ และทรงสอนข้อตัดสินของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 109ข้าพระองค์เสี่ยงชีวิตอยู่เสมอ แต่ข้าพระองค์ก็ไม่ลืมธรรมบัญญัติของพระองค์ 110คนชั่ววางบ่วงดักข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ไม่ได้หลงไปจากข้อบังคับของพระองค์ 111พระโอวาทของพระองค์เป็นมรดกของข้าพระองค์เป็นนิตย์ เพราะเป็นความชื่นชมยินดีแห่งใจของข้าพระองค์ 112ข้าพระองค์ได้โน้มใจของข้าพระองค์ที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ ไปจนถึงที่สุด 113ข้าพระองค์เกลียดชังคนสองจิตสองใจ แต่ข้าพระองค์รักธรรมบัญญัติของพระองค์ 114พระองค์ทรงเป็นที่ซ่อนและเป็นโล่ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์หวังในพระวจนะของพระองค์ 115เจ้าทั้งหลายผู้ทำชั่วเอ๋ย จงไปให้พ้นจากข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าของข้าพระองค์ 116ขอทรงค้ำจุนข้าพระองค์ตามพระดำรัสของพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะมีชีวิตอยู่ และขออย่าให้ข้าพระองค์ต้องอับอายในความหวังของข้าพระองค์ 117ขอทรงประคองข้าพระองค์ไว้ แล้วข้าพระองค์จะรอด และจะใส่ใจในกฎเกณฑ์ของพระองค์เสมอ 118พระองค์ทรงปฏิเสธทุกคนที่หลงไปจากกฎเกณฑ์ของพระองค์ เพราะการหลอกลวงของพวกเขานั้นไร้ผล 119พระองค์ทรงทิ้งคนชั่วทั้งสิ้นในแผ่นดินโลกเสียเหมือนขี้แร่ ฉะนั้นข้าพระองค์จึงรักพระโอวาทของพระองค์ 120เนื้อหนังของข้าพระองค์สั่นสะท้านด้วยความเกรงกลัวพระองค์ และข้าพระองค์ยำเกรงข้อตัดสินของพระองค์ 121ข้าพระองค์ได้กระทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้อง ขออย่าทรงปล่อยข้าพระองค์ไว้กับผู้ที่ข่มเหงข้าพระองค์ 122ขอทรงประกันความผาสุกของผู้รับใช้ของพระองค์ ขออย่าให้คนหยิ่งยโสข่มเหงข้าพระองค์ 123นัยน์ตาของข้าพระองค์อ่อนล้าด้วยการเฝ้าคอยความรอดของพระองค์ และคอยพระดำรัสอันชอบธรรมของพระองค์ 124ขอทรงกระทำต่อผู้รับใช้ของพระองค์ตามความรักมั่นคงของพระองค์ และทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 125ข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรู้จักพระโอวาทของพระองค์ 126ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะทรงกระทำการ เพราะพวกเขาได้ละเมิดธรรมบัญญัติของพระองค์ 127ฉะนั้นข้าพระองค์จึงรักพระบัญญัติของพระองค์ยิ่งกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองคำบริสุทธิ์ 128ฉะนั้นข้าพระองค์จึงเห็นชอบกับข้อบังคับทั้งสิ้นของพระองค์ และเกลียดชังทางเท็จทุกทาง 129พระโอวาทของพระองค์มหัศจรรย์ยิ่งนัก ฉะนั้นข้าพระองค์จึงรักษาไว้ 130การเปิดเผยพระวจนะของพระองค์ให้ความสว่าง และให้ความเข้าใจแก่คนรู้น้อย 131ข้าพระองค์อ้าปากหอบ ด้วยความปรารถนาพระบัญญัติของพระองค์ 132ขอทรงหันมาหาข้าพระองค์และทรงเมตตาข้าพระองค์ เหมือนที่ทรงกระทำต่อบรรดาผู้ที่รักพระนามของพระองค์ 133ขอทรงนำย่างก้าวของข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์ ขออย่าให้บาปใดครอบงำข้าพระองค์ 134ขอทรงไถ่ข้าพระองค์จากการกดขี่ของมนุษย์ เพื่อข้าพระองค์จะรักษาข้อบังคับของพระองค์ 135ขอทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงเหนือผู้รับใช้ของพระองค์ และโปรดสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 136น้ำตาของข้าพระองค์ไหลรินเป็นสาย เพราะผู้คนไม่รักษาธรรมบัญญัติของพระองค์ 137ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงชอบธรรม และข้อตัดสินของพระองค์ก็เที่ยงตรง 138พระโอวาทที่พระองค์ทรงวางไว้นั้นชอบธรรมและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง 139ความกระตือรือร้นของข้าพระองค์เผาผลาญข้าพระองค์ เพราะศัตรูของข้าพระองค์ลืมพระวจนะของพระองค์ 140พระดำรัสของพระองค์บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ ฉะนั้นผู้รับใช้ของพระองค์จึงรักพระดำรัสนั้น 141ข้าพระองค์ต่ำต้อยและถูกดูหมิ่น แต่ข้าพระองค์ไม่ลืมข้อบังคับของพระองค์ 142ความชอบธรรมของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ และธรรมบัญญัติของพระองค์เป็นความจริง 143ความทุกข์และความลำเค็ญมาถึงข้าพระองค์ แต่พระบัญญัติของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์ 144พระโอวาทของพระองค์ชอบธรรมเป็นนิตย์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะมีชีวิตอยู่ 145ข้าพระองค์ร้องทูลด้วยสุดใจ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงตอบข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์ 146ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอด เพื่อข้าพระองค์จะรักษาพระโอวาทของพระองค์ 147ข้าพระองค์ตื่นก่อนรุ่งสางและร้องขอความช่วยเหลือ ข้าพระองค์ได้หวังในพระวจนะของพระองค์ 148นัยน์ตาของข้าพระองค์ตื่นอยู่ตลอดยามค่ำคืน เพื่อข้าพระองค์จะใคร่ครวญถึงพระวจนะของพระองค์ 149ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงสดับเสียงของข้าพระองค์ตามความรักมั่นคงของพระองค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่ตามความยุติธรรมของพระองค์ 150บรรดาผู้ที่ติดตามความชั่วเข้ามาใกล้ พวกเขาอยู่ห่างไกลจากธรรมบัญญัติของพระองค์ 151ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงอยู่ใกล้ และพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์เป็นความจริง 152ข้าพระองค์เรียนรู้จากพระโอวาทของพระองค์มานานแล้วว่า พระองค์ทรงสถาปนาพระโอวาทนั้นไว้เป็นนิตย์ 153ขอทรงทอดพระเนตรความทุกข์ของข้าพระองค์ และโปรดช่วยกู้ข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ไม่ลืมธรรมบัญญัติของพระองค์ 154ขอทรงสู้คดีให้ข้าพระองค์และทรงไถ่ข้าพระองค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาตามพระดำรัสของพระองค์ 155ความรอดอยู่ห่างไกลจากคนชั่ว เพราะพวกเขาไม่แสวงหากฎเกณฑ์ของพระองค์ 156ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเมตตาของพระองค์ใหญ่หลวง ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตชีวาตามข้อตัดสินของพระองค์ 157แม้ผู้ข่มเหงและศัตรูของข้าพระองค์มีมากมาย ข้าพระองค์ก็ไม่ได้หันไปจากพระโอวาทของพระองค์ 158ข้าพระองค์มองดูคนทรยศด้วยความรังเกียจ เพราะพวกเขาไม่รักษาพระวจนะของพระองค์ 159ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงพิจารณาว่าข้าพระองค์รักข้อบังคับของพระองค์เพียงใด ขอทรงให้ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่ตามความรักมั่นคงของพระองค์ 160พระวจนะของพระองค์ทั้งสิ้นเป็นความจริง และข้อตัดสินอันชอบธรรมทั้งหมดของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์ 161บรรดาผู้ครอบครองข่มเหงข้าพระองค์โดยไม่มีเหตุ แต่ใจของข้าพระองค์เกรงกลัวแต่พระวจนะของพระองค์ 162ข้าพระองค์ปีติยินดีในพระดำรัสของพระองค์ เหมือนผู้ที่พบของที่ริบมาได้มากมาย 163ข้าพระองค์เกลียดและชิงชังความเท็จ แต่ข้าพระองค์รักธรรมบัญญัติของพระองค์ 164ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์วันละเจ็ดครั้ง เพราะข้อตัดสินอันชอบธรรมของพระองค์ 165บรรดาผู้ที่รักธรรมบัญญัติของพระองค์มีสันติสุขอันบริบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกเขาสะดุดได้ 166ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์รอคอยความรอดของพระองค์ และข้าพระองค์ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์ 167ข้าพระองค์รักษาพระโอวาทของพระองค์ และรักพระโอวาทนั้นยิ่งนัก 168ข้าพระองค์รักษาข้อบังคับและพระโอวาทของพระองค์ เพราะทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์อยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์ 169ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอให้เสียงร้องของข้าพระองค์มาถึงต่อพระพักตร์ของพระองค์ ขอประทานความเข้าใจแก่ข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์ 170ขอให้คำวิงวอนของข้าพระองค์มาถึงต่อพระพักตร์ของพระองค์ และโปรดช่วยกู้ข้าพระองค์ตามพระดำรัสของพระองค์ 171ริมฝีปากของข้าพระองค์จะหลั่งคำสรรเสริญออกมา เพราะพระองค์ทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ 172ลิ้นของข้าพระองค์จะร้องเพลงถึงพระวจนะของพระองค์ เพราะพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์ชอบธรรม 173ขอให้พระหัตถ์ของพระองค์พร้อมที่จะช่วยข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ได้เลือกข้อบังคับของพระองค์ 174ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาความรอดของพระองค์ และธรรมบัญญัติของพระองค์เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์ 175ขอให้ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่เพื่อจะสรรเสริญพระองค์ และขอให้ข้อตัดสินของพระองค์ค้ำจุนข้าพระองค์ 176ข้าพระองค์หลงเจิ่นไปเหมือนแกะที่หลงทาง ขอทรงตามหาผู้รับใช้ของพระองค์ เพราะข้าพระองค์ไม่ลืมพระบัญญัติของพระองค์
← บทที่ 118บทที่ 120 →