เอเรโมส · Eremos Thai Bible

สดุดี · Psalms

บทที่ 31

1ถึงหัวหน้านักดนตรี บทเพลงสดุดีของดาวิด 2ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์เข้ามาลี้ภัยในพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์ต้องอับอายเลย ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ด้วยความชอบธรรมของพระองค์ 3ขอทรงสดับข้าพระองค์โดยเร็ว ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ ขอทรงเป็นศิลาที่กำบังของข้าพระองค์ เป็นป้อมปราการเข้มแข็งที่จะช่วยข้าพระองค์ให้รอด 4เพราะพระองค์ทรงเป็นศิลาและป้อมปราการของข้าพระองค์ ขอทรงนำและทรงพาข้าพระองค์ไปเพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์ 5ขอทรงปลดข้าพระองค์ออกจากตาข่ายที่เขาซ่อนดักข้าพระองค์ไว้ เพราะพระองค์ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของข้าพระองค์ 6ข้าพระองค์มอบจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งความจริง พระองค์ทรงไถ่ข้าพระองค์แล้ว 7ข้าพระองค์เกลียดชังบรรดาผู้ที่ยึดติดกับรูปเคารพอันไร้ค่า แต่ข้าพระองค์วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า 8ข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์และยินดีในความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเห็นความทุกข์ของข้าพระองค์ และทรงทราบความทุกข์ใจในจิตวิญญาณของข้าพระองค์ 9พระองค์ไม่ได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้ในมือของศัตรู พระองค์ทรงตั้งเท้าของข้าพระองค์ไว้ในที่กว้างขวาง 10ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงเมตตาข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ตกอยู่ในความทุกข์ ดวงตาของข้าพระองค์อ่อนล้าด้วยความโศกเศร้า ทั้งจิตวิญญาณและร่างกายของข้าพระองค์ก็อ่อนล้าด้วย 11เพราะชีวิตของข้าพระองค์ร่วงโรยไปด้วยความเศร้าโศก และปีเดือนของข้าพระองค์หมดไปด้วยการคร่ำครวญ กำลังของข้าพระองค์ถดถอยเพราะความบาปผิดของข้าพระองค์ และกระดูกของข้าพระองค์ก็ทรุดโทรม 12ข้าพระองค์กลายเป็นที่เหยียดหยามของศัตรูทั้งสิ้นของข้าพระองค์ โดยเฉพาะต่อเพื่อนบ้าน และเป็นที่น่าหวาดกลัวของคนที่รู้จักข้าพระองค์ ผู้ที่เห็นข้าพระองค์ตามถนนก็พากันหนีไป 13ข้าพระองค์ถูกลืมไปจากใจเหมือนคนตาย ข้าพระองค์เป็นเหมือนภาชนะที่แตกสลาย 14เพราะข้าพระองค์ได้ยินเสียงนินทาของคนมากมาย มีความสยดสยองอยู่รอบด้าน เมื่อพวกเขาคบคิดกันต่อสู้ข้าพระองค์ พวกเขาวางแผนจะเอาชีวิตของข้าพระองค์ 15แต่ข้าพระองค์วางใจในพระองค์ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ทูลว่า ‘พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์’ 16ขอทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากมือของศัตรูและจากผู้ที่ไล่ตามข้าพระองค์ ด้วยว่าวันเวลาทั้งสิ้นของข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ 17ขอให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงเหนือผู้รับใช้ของพระองค์ ขอช่วยข้าพระองค์ให้รอดด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ 18ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขออย่าให้ข้าพระองค์ต้องอับอาย เพราะข้าพระองค์ได้ร้องทูลต่อพระองค์ ขอให้คนชั่วต้องอับอาย ให้พวกเขานิ่งเงียบลงในแดนคนตาย 19ขอให้ริมฝีปากที่โกหกต้องเงียบไป คือปากที่พูดจาโอหังต่อสู้คนชอบธรรม ด้วยความเย่อหยิ่งและความดูหมิ่น 20ความดีของพระองค์ใหญ่หลวงเหลือเกิน ซึ่งพระองค์ทรงสะสมไว้สำหรับผู้ที่ยำเกรงพระองค์ และทรงกระทำเพื่อผู้ที่ลี้ภัยในพระองค์ ต่อหน้าบรรดาบุตรของมนุษย์ 21พระองค์ทรงพรางพวกเขาไว้ในเพิงของพระองค์ให้พ้นจากลิ้นที่กล่าวร้าย พระองค์ทรงซ่อนพวกเขาไว้ในที่ลับแห่งพระพักตร์ของพระองค์ ให้พ้นจากการคบคิดของมนุษย์ 22สาธุการแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงสำแดงความรักมั่นคงอันมหัศจรรย์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ในยามที่ข้าพระองค์อยู่ในเมืองที่ถูกล้อม 23ส่วนข้าพระองค์เคยพูดด้วยความตกใจว่า ‘ข้าพระองค์ถูกตัดขาดไปจากสายพระเนตรของพระองค์แล้ว’ แต่พระองค์ได้ยินเสียงคำวิงวอนของข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์ 24จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด บรรดาผู้ภักดีของพระองค์ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพิทักษ์รักษาผู้ที่ซื่อสัตย์ แต่ทรงตอบแทนผู้ที่เย่อหยิ่งจองหองอย่างสาสม 25จงเข้มแข็งและให้ใจของท่านทั้งหลายกล้าหาญเถิด บรรดาผู้ที่หวังในองค์พระผู้เป็นเจ้า
← บทที่ 30บทที่ 32 →