เอเรโมส · Eremos Thai Bible

เอเสเคียล · Ezekiel

บทที่ 14

1แล้วมีผู้อาวุโสบางคนของอิสราเอลมาหาข้าพเจ้าและนั่งลงต่อหน้าข้าพเจ้า 2และพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า 3“บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย คนเหล่านี้ได้ตั้งรูปเคารพไว้ในใจของตน และวางสิ่งที่ทำให้สะดุดในความผิดบาปไว้ตรงหน้าตน เราควรจะให้พวกเขาทูลถามเราหรือ 4เพราะฉะนั้น จงกล่าวแก่พวกเขาว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ‘เมื่อชนอิสราเอลคนใดตั้งรูปเคารพไว้ในใจ และวางสิ่งที่ทำให้สะดุดในความผิดบาปไว้ตรงหน้าตน แล้วมาหาผู้เผยพระวจนะ เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าจะตอบเขาเองตามรูปเคารพมากมายของเขา 5เพื่อเราจะยึดจิตใจของวงศ์วานอิสราเอลคืนมา ผู้ซึ่งล้วนได้เหินห่างไปจากเราเพราะรูปเคารพของพวกเขา’ 6เพราะฉะนั้น จงกล่าวแก่วงศ์วานอิสราเอลว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ‘จงกลับใจเสีย จงหันจากรูปเคารพของเจ้า และหันหน้าของเจ้าเสียจากสิ่งน่ารังเกียจทั้งสิ้นของเจ้า 7เพราะเมื่อชนอิสราเอลคนใด หรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอิสราเอล แยกตัวออกจากเรา ตั้งรูปเคารพไว้ในใจ และวางสิ่งที่ทำให้สะดุดในความผิดบาปไว้ตรงหน้าตน แล้วมาหาผู้เผยพระวจนะเพื่อทูลถามเรา เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าจะตอบเขาด้วยตนเอง 8เราจะหันหน้าของเราเข้าต่อสู้คนนั้น และทำให้เขาเป็นเครื่องหมายและคำเปรียบเปรย เราจะตัดเขาออกจากท่ามกลางประชากรของเรา แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า 9ส่วนผู้เผยพระวจนะ ถ้าเขาถูกหลอกล่อให้พูดถ้อยคำใด เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าเองที่ได้ปล่อยให้ผู้เผยพระวจนะนั้นถูกหลอกล่อ เราจะเหยียดมือของเราออกต่อสู้เขา และจะทำลายเขาเสียจากท่ามกลางอิสราเอลประชากรของเรา 10ทั้งสองจะแบกรับความผิดบาปของตน โทษของผู้ที่มาทูลถามจะเท่ากับโทษของผู้เผยพระวจนะ 11เพื่อวงศ์วานอิสราเอลจะไม่หลงเจิ่นไปจากเราอีก และจะไม่ทำตัวเป็นมลทินด้วยการละเมิดทั้งสิ้นของพวกเขาอีกต่อไป แล้วพวกเขาจะเป็นประชากรของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ดังนี้’” 12พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าอีกว่า 13“บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เมื่อแผ่นดินใดทำบาปต่อเราโดยการทรยศ เราจะเหยียดมือของเราออกต่อสู้แผ่นดินนั้น ตัดการจัดหาอาหารของแผ่นดิน ส่งการกันดารอาหารมา และตัดทั้งคนและสัตว์ออกจากแผ่นดินนั้น 14แม้ว่าชายสามคนนี้ คือโนอาห์ ดาเนียล และโยบ จะอยู่ในแผ่นดินนั้น พวกเขาก็จะช่วยได้แต่ชีวิตของตนเองด้วยความชอบธรรมของตน องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ดังนี้ 15หากเราส่งสัตว์ร้ายให้ผ่านไปทั่วแผ่นดิน ทำให้แผ่นดินนั้นไร้ผู้คนและเป็นที่ร้างเปล่า จนไม่มีใครผ่านไปได้เพราะกลัวสัตว์ร้าย 16แม้ชายสามคนนี้จะอยู่ในแผ่นดินนั้น เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ดังนี้ พวกเขาจะช่วยแม้แต่บุตรชายหรือบุตรหญิงของตนไม่ได้ พวกเขาจะรอดได้แต่ตัวเองเท่านั้น และแผ่นดินก็จะเป็นที่ร้างเปล่า 17หรือหากเรานำดาบมาเหนือแผ่นดินนั้น และสั่งว่า ‘ให้ดาบผ่านไปทั่วแผ่นดิน’ และตัดทั้งคนและสัตว์ออกจากแผ่นดินนั้น 18แม้ชายสามคนนี้จะอยู่ในแผ่นดินนั้น เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ดังนี้ พวกเขาจะช่วยบุตรชายหรือบุตรหญิงไม่ได้ พวกเขาจะรอดได้แต่ตัวเองเท่านั้น 19หรือหากเราส่งโรคระบาดเข้ามาในแผ่นดินนั้น และระบายพระพิโรธของเราลงเหนือแผ่นดินนั้นด้วยการนองเลือด เพื่อตัดทั้งคนและสัตว์ออกไป 20แม้โนอาห์ ดาเนียล และโยบ จะอยู่ในแผ่นดินนั้น เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ดังนี้ พวกเขาจะช่วยบุตรชายหรือบุตรหญิงไม่ได้ พวกเขาจะช่วยได้แต่ชีวิตของตนเองด้วยความชอบธรรมของตน 21เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ‘ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด เมื่อเราส่งการพิพากษาอันรุนแรงทั้งสี่ของเรา คือดาบ การกันดารอาหาร สัตว์ร้าย และโรคระบาด ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อตัดทั้งคนและสัตว์ออกจากเมืองนั้น 22แต่ดูเถิด จะมีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่ในเมืองนั้น คือบุตรชายและบุตรหญิงที่จะถูกนำออกมา พวกเขาจะออกมาหาเจ้า และเมื่อเจ้าเห็นความประพฤติและการกระทำของพวกเขา เจ้าจะได้รับการปลอบใจเรื่องภัยพิบัติที่เราได้นำมาเหนือกรุงเยรูซาเล็ม คือทุกสิ่งที่เราได้นำมาเหนือเมืองนั้น 23พวกเขาจะปลอบใจเจ้า เมื่อเจ้าเห็นความประพฤติและการกระทำของพวกเขา แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราไม่ได้กระทำสิ่งทั้งปวงนี้ในเมืองนั้นโดยไร้เหตุ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ดังนี้”
← บทที่ 13บทที่ 15 →