เอเรโมส · Eremos Thai Bible

สดุดี · Psalms

บทที่ 18

1ถึงหัวหน้านักดนตรี บทเพลงของดาวิด ผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ได้ขับร้องถ้อยคำของบทเพลงนี้ถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า ในวันที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยกู้ท่านให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรูทั้งสิ้นและจากมือของซาอูล 2ท่านกล่าวว่า ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์รักพระองค์ พระองค์ทรงเป็นกำลังของข้าพระองค์ 3องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นศิลา เป็นป้อมปราการ และเป็นผู้ช่วยกู้ของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงเป็นศิลาที่ข้าพระองค์เข้าลี้ภัย เป็นโล่ เป็นเขาแห่งความรอด และเป็นที่กำบังเข้มแข็งของข้าพระองค์ 4ข้าพระองค์ร้องทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญ แล้วข้าพระองค์ก็รอดพ้นจากศัตรูของข้าพระองค์ 5บ่วงแห่งความตายได้ล้อมรอบข้าพระองค์ กระแสแห่งความหายนะท่วมท้นข้าพระองค์ 6บ่วงแห่งแดนคนตายรัดรอบข้าพระองค์ กับดักแห่งความตายเผชิญหน้าข้าพระองค์ 7ในยามทุกข์ลำเค็ญ ข้าพระองค์ร้องทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และร้องขอความช่วยเหลือต่อพระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพระองค์จากพระวิหารของพระองค์ และเสียงร้องของข้าพระองค์มาถึงพระกรรณของพระองค์ 8แล้วแผ่นดินโลกก็สั่นสะเทือนหวั่นไหว รากฐานของภูเขาก็สะท้านและสั่นคลอน เพราะพระองค์ทรงพระพิโรธ 9ควันพลุ่งขึ้นจากพระนาสิกของพระองค์ ไฟเผาผลาญพุ่งออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์ ถ่านลุกโชนพุ่งออกมา 10พระองค์ทรงโน้มฟ้าสวรรค์ลงมาและเสด็จลงมา มีเมฆมืดทึบอยู่ใต้พระบาทของพระองค์ 11พระองค์ทรงประทับเหนือเครูบและทรงเหาะไป ทรงร่อนไปบนปีกของลม 12พระองค์ทรงกระทำให้ความมืดเป็นที่ซ่อนของพระองค์ เป็นปะรำล้อมรอบพระองค์ คือความมืดแห่งน้ำและเมฆทึบ 13จากความสว่างเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ เมฆของพระองค์ก็ผ่านไป เกิดลูกเห็บและถ่านเพลิง 14องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเปล่งพระสุรเสียงดุจฟ้าร้องในฟ้าสวรรค์ องค์ผู้สูงสุดทรงเปล่งพระสุรเสียงของพระองค์ เกิดลูกเห็บและถ่านเพลิง 15พระองค์ทรงยิงลูกศรของพระองค์ออกไปและทรงทำให้ศัตรูกระจัดกระจาย ทรงปล่อยฟ้าแลบและทรงทำให้พวกเขาแตกตื่น 16แล้วร่องน้ำในทะเลก็ปรากฏ รากฐานของพิภพก็ถูกเปิดเผย ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะการกำราบของพระองค์ เพราะลมหายใจแห่งพระนาสิกของพระองค์ 17พระองค์ทรงเอื้อมมาจากเบื้องสูงและทรงจับข้าพระองค์ไว้ ทรงดึงข้าพระองค์ขึ้นจากห้วงน้ำลึก 18พระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากศัตรูที่แข็งแกร่ง และจากผู้ที่เกลียดชังข้าพระองค์ซึ่งมีกำลังเกินกว่าข้าพระองค์ 19พวกเขาเผชิญหน้าข้าพระองค์ในวันแห่งภัยพิบัติ แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ 20พระองค์ทรงนำข้าพระองค์ออกมาสู่ที่กว้าง ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์เพราะพระองค์พอพระทัยในข้าพระองค์ 21องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบแทนข้าพระองค์ตามความชอบธรรมของข้าพระองค์ ทรงตอบแทนตามความสะอาดแห่งมือของข้าพระองค์ 22เพราะข้าพระองค์ได้รักษาทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า และไม่ได้ทำชั่วโดยหันหนีจากพระเจ้าของข้าพระองค์ 23เพราะกฎหมายทั้งสิ้นของพระองค์อยู่ต่อหน้าข้าพระองค์ และข้าพระองค์ไม่ได้ละทิ้งกฎเกณฑ์ของพระองค์ 24ข้าพระองค์เป็นคนไร้ที่ติต่อพระพักตร์พระองค์ และรักษาตนให้พ้นจากความผิดบาป 25ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบแทนข้าพระองค์ตามความชอบธรรมของข้าพระองค์ ตามความสะอาดแห่งมือของข้าพระองค์ในสายพระเนตรของพระองค์ 26ต่อผู้ที่จงรักภักดี พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าทรงสัตย์ซื่อ ต่อผู้ที่ไร้ที่ติ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าไร้ที่ติ 27ต่อผู้ที่บริสุทธิ์ พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าบริสุทธิ์ แต่ต่อผู้ที่คดโกง พระองค์ทรงสำแดงพระองค์ว่าทรงเฉียบแหลม 28เพราะพระองค์ทรงช่วยชนชาติที่ทุกข์ยากให้รอด แต่ทรงทำให้ตาที่หยิ่งยโสตกต่ำลง 29ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงจุดประทีปของข้าพระองค์ให้สว่าง พระเจ้าของข้าพระองค์ทรงทำให้ความมืดของข้าพระองค์สว่างไสว 30เพราะโดยพระองค์ ข้าพระองค์สามารถตะลุยกองทัพได้ และโดยพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์สามารถกระโจนข้ามกำแพงได้ 31ส่วนพระเจ้านั้น ทางของพระองค์สมบูรณ์แบบ พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว พระองค์ทรงเป็นโล่ของทุกคนที่เข้าลี้ภัยในพระองค์ 32เพราะใครเล่าเป็นพระเจ้านอกจากองค์พระผู้เป็นเจ้า และใครเล่าเป็นศิลานอกจากพระเจ้าของเรา 33พระเจ้าผู้ทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ และทรงทำให้ทางของข้าพระองค์สมบูรณ์แบบ 34พระองค์ทรงทำให้เท้าของข้าพระองค์เป็นดุจเท้ากวาง และทรงตั้งข้าพระองค์ไว้บนที่สูง 35พระองค์ทรงฝึกมือของข้าพระองค์ให้พร้อมรบ แขนของข้าพระองค์จึงโก่งคันธนูทองสัมฤทธิ์ได้ 36พระองค์ประทานโล่แห่งความรอดของพระองค์แก่ข้าพระองค์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ค้ำชูข้าพระองค์ไว้ และความถ่อมของพระองค์ทำให้ข้าพระองค์ยิ่งใหญ่ขึ้น 37พระองค์ทรงขยายทางเดินข้างใต้ข้าพระองค์ ข้อเท้าของข้าพระองค์จึงไม่พลิก 38ข้าพระองค์ไล่ตามศัตรูและจับพวกเขาได้ ข้าพระองค์ไม่หันกลับจนกว่าพวกเขาจะสิ้นไป 39ข้าพระองค์ทุบพวกเขาจนลุกขึ้นไม่ได้ พวกเขาล้มลงใต้เท้าของข้าพระองค์ 40พระองค์ทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ให้พร้อมรบ ทรงทำให้ผู้ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระองค์ต้องคุกเข่าลงต่อหน้าข้าพระองค์ 41พระองค์ทรงทำให้ศัตรูของข้าพระองค์หันหลังหนี และข้าพระองค์ก็ทำลายผู้ที่เกลียดชังข้าพระองค์ 42พวกเขาร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครช่วย พวกเขาร้องต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่พระองค์ไม่ทรงตอบ 43ข้าพระองค์บดขยี้พวกเขาแหลกดุจผงคลีที่ลมพัด เทพวกเขาทิ้งดุจโคลนตามถนน 44พระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากการวิวาทของประชาชน ทรงตั้งข้าพระองค์เป็นหัวหน้าของบรรดาประชาชาติ ชนชาติที่ข้าพระองค์ไม่รู้จักก็มาปรนนิบัติข้าพระองค์ 45พอได้ยินถึงข้าพระองค์ พวกเขาก็เชื่อฟัง ชนต่างชาติยอมสยบต่อข้าพระองค์ 46ชนต่างชาติเสียขวัญ และตัวสั่นออกมาจากที่กำบังของพวกเขา 47องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์อยู่ สาธุการแด่ศิลาของข้าพระองค์ ขอพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์เป็นที่ยกย่องเทิดทูน 48พระเจ้าผู้ประทานการแก้แค้นแก่ข้าพระองค์ และทรงปราบบรรดาชนชาติให้อยู่ใต้อำนาจข้าพระองค์ 49ผู้ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์จากศัตรู พระองค์ทรงเชิดชูข้าพระองค์เหนือผู้ที่ลุกขึ้นต่อสู้ข้าพระองค์ ทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากคนโหดร้าย 50ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางบรรดาประชาชาติ และจะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์ 51พระองค์ประทานชัยชนะอันยิ่งใหญ่แก่กษัตริย์ของพระองค์ ทรงสำแดงความรักมั่นคงต่อผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้ คือดาวิดและเชื้อสายของท่านสืบไปเป็นนิตย์
← บทที่ 17บทที่ 19 →