เอเรโมส · Eremos Thai Bible

เศฟันยาห์ · Zephaniah

บทที่ 3

1วิบัติแก่นครที่ดื้อด้านและเป็นมลทิน นครที่ชอบกดขี่ข่มเหง 2นครนั้นไม่เชื่อฟังเสียงใด ไม่ยอมรับการตีสอน ไม่วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า และไม่เข้ามาใกล้พระเจ้าของตน 3บรรดาเจ้านายในนครนั้นเป็นดุจสิงโตคำราม บรรดาผู้พิพากษาเป็นดุจหมาป่ายามเย็นที่ไม่เหลืออะไรไว้จนถึงรุ่งเช้า 4บรรดาผู้เผยพระวจนะของนครนั้นเป็นคนบุ่มบ่ามและทรยศ บรรดาปุโรหิตก็ทำให้สิ่งบริสุทธิ์เป็นมลทิน และบิดเบือนธรรมบัญญัติ 5องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้สถิตอยู่ท่ามกลางนครนั้นทรงเที่ยงธรรม พระองค์ไม่ทรงกระทำการอยุติธรรม ทุกเช้าๆ พระองค์ทรงสำแดงความยุติธรรมของพระองค์ออกมาให้ปรากฏ ไม่เคยขาดสักเช้าเดียว แต่คนอธรรมกลับไม่รู้จักความอับอาย 6‘เราได้ตัดบรรดาประชาชาติออกไป ป้อมมุมเมืองของพวกเขาก็ถูกทำลายร้าง เราได้ทำให้ถนนหนทางของพวกเขาเริศร้างจนไม่มีผู้ใดสัญจร เมืองทั้งหลายของพวกเขาก็ถูกทำลายจนไม่มีผู้คน ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย 7เราได้กล่าวว่า ‘แน่ทีเดียว เจ้าคงจะยำเกรงเรา และยอมรับการตีสอน’ เพื่อที่อยู่อาศัยของนครนั้นจะไม่ถูกตัดขาด ตามสิ่งทั้งปวงที่เรากำหนดลงโทษนครนั้น แต่พวกเขากลับยิ่งรีบเร่งกระทำความเสื่อมทรามในการทั้งสิ้นของตน 8‘เพราะฉะนั้น จงรอคอยเราเถิด’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ‘จนถึงวันที่เราจะลุกขึ้นเป็นพยานปรักปรำ เพราะเราได้ตัดสินใจที่จะรวบรวมประชาชาติ และเรียกบรรดาราชอาณาจักรมาชุมนุมกัน เพื่อระบายความกริ้วของเราลงเหนือพวกเขา คือความโกรธอันเกรี้ยวกราดทั้งสิ้นของเรา เพราะทั้งแผ่นดินโลกจะถูกเผาผลาญด้วยไฟแห่งความหวงแหนของเรา 9‘แล้วในเวลานั้น เราจะเปลี่ยนริมฝีปากของชนชาติทั้งหลายให้บริสุทธิ์ เพื่อให้พวกเขาทุกคนร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า และปรนนิบัติพระองค์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 10จากแดนที่อยู่เลยแม่น้ำทั้งหลายแห่งคูชออกไป บรรดาผู้นมัสการเรา คือลูกหลานของชนที่กระจัดกระจายของเรา จะนำเครื่องบูชามาถวายแก่เรา 11‘ในวันนั้น เจ้าจะไม่ต้องอับอายเพราะการทั้งปวงที่เจ้าได้กบฏต่อเรา เพราะในเวลานั้น เราจะกำจัดคนที่หยิ่งผยองลำพองใจออกไปจากท่ามกลางเจ้า และเจ้าจะไม่เย่อหยิ่งจองหองบนภูเขาบริสุทธิ์ของเราอีกต่อไป 12แต่เราจะเหลือชนชาติที่ถ่อมตัวและต่ำต้อยไว้ในท่ามกลางเจ้า และพวกเขาจะเข้าลี้ภัยในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า 13ชนที่เหลือแห่งอิสราเอลจะไม่กระทำการอยุติธรรม และไม่กล่าวคำเท็จ ทั้งจะไม่พบลิ้นที่ล่อลวงในปากของพวกเขา เพราะพวกเขาจะหากินและนอนลงโดยไม่มีผู้ใดทำให้หวาดกลัว’ 14ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย จงเปล่งเสียงร้องเพลงเถิด อิสราเอลเอ๋ย จงโห่ร้องยินดีเถิด ธิดาแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย จงยินดีและเปรมปรีดิ์ด้วยสุดใจของเจ้า 15องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเพิกถอนการพิพากษาที่ลงโทษเจ้าแล้ว และทรงขับไล่ศัตรูของเจ้าให้พ้นไป องค์พระผู้เป็นเจ้าจอมกษัตริย์แห่งอิสราเอลสถิตอยู่ท่ามกลางเจ้า เจ้าจะไม่ต้องหวาดกลัวภัยอันตรายใดอีกต่อไป 16ในวันนั้น จะมีเสียงกล่าวแก่เยรูซาเล็มว่า ‘ศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย อย่าให้มือของเจ้าอ่อนเปลี้ยไป’ 17องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเจ้าสถิตอยู่ท่ามกลางเจ้า พระองค์ทรงเป็นวีรบุรุษผู้ประทานความรอด พระองค์จะทรงเปรมปรีดิ์ในตัวเจ้าด้วยความยินดี จะทรงให้เจ้าสงบนิ่งด้วยความรักของพระองค์ จะทรงโห่ร้องด้วยความชื่นบานเพราะเจ้า 18‘เราจะรวบรวมบรรดาผู้ที่โศกเศร้าเพราะต้องพลัดพรากจากเทศกาลตามกำหนด พวกเขาเป็นคนของเจ้า ผู้ซึ่งต้องแบกรับความอดสูเป็นภาระหนัก 19ดูเถิด ในเวลานั้น เราจะจัดการกับทุกคนที่ข่มเหงเจ้า เราจะช่วยคนขาพิการให้รอด และรวบรวมคนที่ถูกขับไล่กระจัดกระจาย เราจะทำให้พวกเขาเป็นที่สรรเสริญและมีชื่อเสียง ในที่ทุกแห่งทั่วแผ่นดินโลกที่พวกเขาเคยได้รับความอับอาย 20ในเวลานั้น เราจะนำเจ้าทั้งหลายกลับมา ในเวลาที่เรารวบรวมเจ้า เพราะเราจะทำให้เจ้าเป็นที่เลื่องลือและเป็นที่สรรเสริญท่ามกลางบรรดาชนชาติทั้งสิ้นในแผ่นดินโลก เมื่อเราให้เจ้ากลับสู่สภาพดีดังเดิมต่อหน้าต่อตาเจ้า’ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้แหละ
← บทที่ 2เศฟันยาห์ →