เอเรโมส · Eremos Thai Bible

เอเสเคียล · Ezekiel

บทที่ 30

1พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า 2“บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงเผยพระวจนะและกล่าวว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า จงร่ำไห้เถิดว่า ‘อนิจจาวันนั้น’ 3เพราะวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว วันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ใกล้เข้ามา เป็นวันแห่งเมฆหมอก เป็นเวลาแห่งการพิพากษาประชาชาติทั้งหลาย 4ดาบจะมาเหนืออียิปต์ และความปวดร้าวจะเกิดขึ้นในคูช เมื่อผู้ถูกฆ่าล้มลงในอียิปต์ ความมั่งคั่งของอียิปต์จะถูกริบไป และรากฐานของอียิปต์จะถูกทำลายลง 5คูช พูต และลูด ชนหลายเชื้อชาติทั้งสิ้น คูบ และคนแห่งแผ่นดินพันธสัญญา จะล้มลงพร้อมกับอียิปต์ด้วยดาบ 6องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า บรรดาผู้ค้ำจุนอียิปต์จะล้มลง และความภาคภูมิแห่งกำลังของอียิปต์จะทรุดลง ตั้งแต่เมืองมิกดลถึงเมืองอัสวาน พวกเขาจะล้มลงด้วยดาบในอียิปต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ดังนี้ 7พวกเขาจะร้างเปล่าอยู่ท่ามกลางแผ่นดินที่ร้างเปล่าทั้งหลาย และเมืองต่าง ๆ ของอียิปต์จะอยู่ท่ามกลางเมืองที่ปรักหักพัง 8แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อเราจุดไฟเผาอียิปต์ และผู้ช่วยเหลือทั้งสิ้นของอียิปต์ถูกทำให้แตกหัก 9ในวันนั้น ผู้สื่อสารจะออกจากเราไปทางเรือ เพื่อทำให้คูชที่นอนใจตกใจกลัว และความปวดร้าวจะเกิดขึ้นแก่พวกเขาในวันแห่งความวิบัติของอียิปต์ เพราะดูเถิด มันกำลังมาถึงแล้ว 10องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะทำให้ฝูงชนมากมายของอียิปต์สิ้นสุดลงด้วยมือของเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์บาบิโลน 11เขาและกองทัพของเขา คือชนชาติที่โหดเหี้ยมที่สุด จะถูกนำเข้ามาทำลายแผ่นดิน พวกเขาจะชักดาบออกต่อสู้อียิปต์ และทำให้แผ่นดินเต็มไปด้วยผู้ถูกฆ่า 12เราจะทำให้ลำน้ำทั้งหลายแห้งเหือด และขายแผ่นดินนั้นไว้ในมือของคนชั่ว เราจะทำให้แผ่นดินและทุกสิ่งในนั้นร้างเปล่าด้วยมือของคนต่างด้าว เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ลั่นวาจาแล้ว 13องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะทำลายรูปเคารพ และทำให้รูปปั้นในเมืองโนฟสิ้นสุดลง จะไม่มีเจ้านายในแผ่นดินอียิปต์อีกต่อไป และเราจะทำให้ความกลัวเกิดขึ้นในแผ่นดินอียิปต์ 14เราจะทำให้ปัทโรสร้างเปล่า จะจุดไฟเผาเมืองโศอัน และจะทำการพิพากษาเมืองโน 15เราจะเทพระพิโรธของเราลงเหนือเมืองซีน ที่มั่นเข้มแข็งของอียิปต์ และจะตัดฝูงชนมากมายของเมืองโนออกเสีย 16เราจะจุดไฟเผาอียิปต์ เมืองซีนจะทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด เมืองโนจะถูกตีแตก และเมืองโนฟจะเผชิญความทุกข์ลำเค็ญทุกวัน 17ชายหนุ่มแห่งเมืองอาเวนและเมืองปิเบเซทจะล้มลงด้วยดาบ และเมืองเหล่านั้นจะตกไปเป็นเชลย 18ที่เมืองทาห์ปานเฮส วันนั้นจะมืดมิด เมื่อเราหักแอกของอียิปต์ที่นั่น และความภาคภูมิแห่งกำลังของอียิปต์จะสิ้นสุดลง เมฆจะปกคลุมเมืองนั้น และเมืองบริวารของมันจะตกไปเป็นเชลย 19ดังนี้ เราจะทำการพิพากษาในอียิปต์ แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า” 20ในวันที่เจ็ดของเดือนที่หนึ่ง ปีที่สิบเอ็ด พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า 21“บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เราได้หักแขนของฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์แล้ว และดูเถิด แขนนั้นไม่ได้รับการพันให้หายดี ไม่ได้เข้าเฝือกให้แข็งแรงพอจะถือดาบได้ 22เพราะฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า ดูเถิด เราเป็นปฏิปักษ์ต่อฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ เราจะหักแขนทั้งสองข้างของเขา ทั้งข้างที่แข็งแรงและข้างที่หักแล้ว และจะทำให้ดาบหลุดจากมือของเขา 23เราจะทำให้ชาวอียิปต์กระจัดกระจายไปท่ามกลางประชาชาติ และทำให้พวกเขาฟุ้งกระจายไปตามแผ่นดินต่าง ๆ 24เราจะทำให้แขนของกษัตริย์บาบิโลนแข็งแรง และจะวางดาบของเราไว้ในมือของเขา แต่เราจะหักแขนของฟาโรห์ และเขาจะครวญครางต่อหน้ากษัตริย์บาบิโลนดุจคนที่บาดเจ็บปางตาย 25เราจะทำให้แขนของกษัตริย์บาบิโลนแข็งแรง แต่แขนของฟาโรห์จะอ่อนปวกเปียกลง แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อเราวางดาบของเราไว้ในมือของกษัตริย์บาบิโลน และเขาเงื้อดาบนั้นออกต่อสู้แผ่นดินอียิปต์ 26เราจะทำให้ชาวอียิปต์กระจัดกระจายไปท่ามกลางประชาชาติ และทำให้พวกเขาฟุ้งกระจายไปตามแผ่นดินต่าง ๆ แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า”
← บทที่ 29บทที่ 31 →