เอเรโมส · Eremos Thai Bible

สดุดี · Psalms

บทที่ 35

1บทเพลงของดาวิด ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงต่อสู้กับบรรดาผู้ที่ต่อสู้ข้าพระองค์ ขอทรงสู้รบกับผู้ที่รบกับข้าพระองค์ 2ขอทรงถือโล่และดั้ง ขอทรงลุกขึ้นมาช่วยข้าพระองค์ 3ขอทรงชักหอกและขวานออกมาต่อสู้ผู้ที่ไล่ตามข้าพระองค์ ขอตรัสกับจิตวิญญาณของข้าพระองค์ว่า ‘เราคือความรอดของเจ้า’ 4ขอให้ผู้ที่หมายเอาชีวิตของข้าพระองค์ต้องอับอายขายหน้า ขอให้ผู้ที่คิดร้ายต่อข้าพระองค์ต้องถอยกลับไปด้วยความอัปยศ 5ขอให้พวกเขาเป็นเหมือนแกลบที่ปลิวไปตามลม โดยมีทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าขับไล่ไป 6ขอให้ทางของพวกเขามืดมิดและลื่น โดยมีทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าไล่ตามไป 7เพราะพวกเขาวางตาข่ายดักข้าพระองค์โดยไม่มีเหตุ และขุดหลุมพรางดักชีวิตของข้าพระองค์โดยไร้สาเหตุ 8ขอให้ความพินาศมาถึงพวกเขาอย่างไม่คาดคิด ขอให้ตาข่ายที่เขาซ่อนไว้ดักจับตัวเขาเอง และให้เขาตกลงไปในความพินาศนั้น 9แล้วจิตวิญญาณของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า และชื่นชมยินดีในความรอดของพระองค์ 10กระดูกทั้งสิ้นของข้าพระองค์จะกล่าวว่า ‘ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ใดจะเหมือนพระองค์ ผู้ทรงช่วยกู้คนตกทุกข์ให้พ้นจากผู้ที่แข็งแกร่งกว่า และช่วยคนยากจนขัดสนให้พ้นจากผู้ที่ปล้นชิงเขา’ 11พยานเท็จที่มุ่งร้ายลุกขึ้นปรักปรำข้าพระองค์ พวกเขาซักถามข้าพระองค์ในเรื่องที่ข้าพระองค์ไม่รู้ 12พวกเขาตอบแทนความดีของข้าพระองค์ด้วยความชั่ว ทำให้จิตวิญญาณของข้าพระองค์เปล่าเปลี่ยว 13แต่เมื่อพวกเขาป่วย ข้าพระองค์กลับสวมผ้ากระสอบ ข้าพระองค์ถ่อมตัวลงด้วยการอดอาหาร และคำอธิษฐานของข้าพระองค์ก็หวนกลับมาสู่อกของข้าพระองค์ 14ข้าพระองค์ดำเนินไปดุจไว้ทุกข์ให้เพื่อนหรือพี่น้องของตน ข้าพระองค์ก้มหน้าโศกเศร้าดุจคนที่ไว้ทุกข์ให้มารดา 15แต่เมื่อข้าพระองค์สะดุดล้ม พวกเขากลับชุมนุมกันด้วยความสะใจ พวกที่ทำร้ายซึ่งข้าพระองค์ไม่รู้จักก็มารวมตัวต่อสู้ข้าพระองค์ พวกเขาฉีกข้าพระองค์ด้วยวาจาไม่หยุดหย่อน 16พวกเขาเยาะเย้ยอย่างคนอธรรม ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ข้าพระองค์ 17ข้าแต่องค์เจ้านาย พระองค์จะทรงเฝ้าดูอยู่อีกนานเท่าใด ขอทรงช่วยกู้ชีวิตของข้าพระองค์ให้พ้นจากการทำลายของพวกเขา ช่วยชีวิตอันมีค่าของข้าพระองค์ให้พ้นจากสิงโตเหล่านี้ 18แล้วข้าพระองค์จะขอบพระคุณพระองค์ในที่ประชุมใหญ่ และจะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางชนหมู่มาก 19ขออย่าให้ศัตรูที่มุ่งร้ายข้าพระองค์อย่างไม่มีเหตุได้ลิงโลด ขออย่าให้ผู้ที่เกลียดชังข้าพระองค์โดยไร้สาเหตุขยิบตาเย้ยหยัน 20เพราะพวกเขาไม่ได้พูดอย่างสันติ แต่กลับคิดวางแผนหลอกลวงต่อสู้ผู้ที่อยู่อย่างสงบในแผ่นดิน 21พวกเขาอ้าปากกว้างใส่ข้าพระองค์ และกล่าวว่า ‘นั่นไง นั่นไง ตาของเราเห็นแล้ว’ 22ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเห็นแล้ว ขออย่าทรงนิ่งเฉย ข้าแต่องค์เจ้านาย ขออย่าทรงห่างไกลจากข้าพระองค์ 23ขอทรงตื่นขึ้นและลุกขึ้นเพื่อความยุติธรรมของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์และองค์เจ้านายของข้าพระองค์ ขอทรงสู้คดีให้ข้าพระองค์ 24ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงตัดสินความให้ข้าพระองค์ตามความชอบธรรมของพระองค์ และขออย่าให้พวกเขาได้ลิงโลดเหนือข้าพระองค์ 25ขออย่าให้พวกเขาคิดในใจว่า ‘นั่นไง สมใจเราแล้ว’ ขออย่าให้พวกเขากล่าวว่า ‘เรากลืนเขาเข้าไปแล้ว’ 26ขอให้ผู้ที่สะใจในความทุกข์ของข้าพระองค์ต้องอับอายขายหน้าด้วยกันทั้งสิ้น ขอให้ผู้ที่ยกตัวข่มข้าพระองค์ต้องสวมความอับอายและความอัปยศ 27ขอให้ผู้ที่ยินดีในความชอบธรรมของข้าพระองค์ได้โห่ร้องและเปรมปรีดิ์ ขอให้พวกเขากล่าวเสมอว่า ‘ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพอพระทัยในความผาสุกของผู้รับใช้ของพระองค์ทรงเป็นที่ยกย่องเถิด’ 28แล้วลิ้นของข้าพระองค์จะกล่าวถึงความชอบธรรมของพระองค์ และสรรเสริญพระองค์ตลอดวัน
← บทที่ 34บทที่ 36 →